“คุณกำลังจะบอกว่าพวกเรากำลังเสียคนของพวกเราไปทั้งหมดงั้นเหรอครับ?” Kurt พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูตกตะลึง
หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ได้ประชุมกับ Steve และ Dick ไป Maxine รู้สึกยินดีมากค่ะที่เห็นแผนงานที่ตกลงกันไว้นั้นก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมากค่ะ Bill, Maggie และ Kurt เริ่มต้นจัดตั้งสภานวัตกรรมขึ้นมา และงานในโปรเจกต์ยูนิคอร์นก็เดินหน้าไปได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประกาศข่าวใหญ่ในงาน Town Hall เดือนมกราคมค่ะ
แต่จู่ๆ ข่าวร้ายก็โถมเข้าใส่พวกเขาเหมือนพายุเลยล่ะค่ะ
“ใช่ครับ” Bill บอกพลางถอนหายใจยาวๆ “บอร์ดบริหารเพิ่งจะมีมติอนุมัติแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายขนานใหญ่ที่เสนอโดย Sarah และได้รับการสนับสนุนจาก Alan Perez ครับ พวกเขาเรียกมันว่าโครงการ ‘บริหารเพื่อสร้างมูลค่า’ (Manage to Value) ครับ แต่ในทางปฏิบัตินะครับ มันคือการลดจำนวนพนักงานลงยี่สิบเปอร์เซ็นต์ในทุกแผนก และการตัดงบประมาณฝ่ายวิจัยและพัฒนาลงครึ่งหนึ่งทันทีครับ”
Maxine ถึงกับอ้าปากค้าง “แต่นั่นมันจะทำลายทุกอย่างที่พวกเราอุตส่าห์สร้างมาเลยนะคะ! แล้วเรื่องขอบเขตงานที่ 3 ที่ Steve รับปากไว้ล่ะคะ?”
“Steve พยายามสู้สุดใจแล้วครับ แต่คะแนนเสียงในบอร์ดน่ะมันไม่พอครับ” Bill อธิบายด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้า “Alan โน้มน้าวใจ Bob Strauss จนสำเร็จว่าการเดิมพันกับนวัตกรรมน่ะมันเสี่ยงเกินไปในสภาวะตลาดแบบนี้ครับ พวกเขาต้องการเห็นตัวเลขกำไรที่จับต้องได้เดี๋ยวนี้เลย เพื่อที่จะได้เริ่มกระบวนการขายบริษัทออกเป็นส่วนๆ อย่างที่ Sarah ต้องการมาโดยตลอดน่ะครับ”
“แล้วโครงการนวัตกรรมทั้งสามโครงการของพวกเราล่ะคะ?” Maxine ถามพลางหวั่นใจกับคำตอบ
“โดนสั่งระงับหมดเลยครับ” Bill บอก “งบประมาณห้าล้านที่ Steve อนุมัติไว้น่ะถูกดึงกลับไปหมดแล้วครับ และที่แย่กว่านั้นนะ แผนผังองค์กรใหม่ที่ Sarah กำลังร่างอยู่น่ะ จะสั่งยุบทีมยูนิคอร์นทิ้งและส่งทุกคนกลับไปทำงานในโครงการเดิมของตัวเองครับ ... หรือไม่ก็โดนเลิกจ้างไปเลยครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที Maxine รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาตรงหน้าเลยล่ะค่ะ ทุกความหวัง ทุกความฝัน และความพยายามอย่างหนักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ... ทั้งหมดมันกำลังจะหายวับไปกับตาเพียงเพราะเกมการเมืองของผู้บริหารระดับสูงเพียงไม่กี่คนงั้นเหรอคะ?
“พวกเราจะยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาดค่ะ!” Shannon โพล่งออกมาด้วยความโกรธแค้น “พวกเรามีข้อมูลยืนยันความสำเร็จตั้งเยอะแยะนะคะ! พวกเราโชว์ให้เห็นแล้วนี่นาว่าพวกเราสร้างรายได้เพิ่มได้จริงน่ะค่ะ!”
“ข้อมูลน่ะมันไม่สำคัญหรอกครับสำหรับคนที่เขาตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้วน่ะครับ” Dwayne บอกพลางส่ายหัว “Alan Perez เขามาที่นี่เพื่อเป้าหมายเดียวคือการดึงเงินออกจากบริษัทให้ได้มากที่สุดครับ และ Sarah ก็แค่ทำตัวเป็นเครื่องมือให้เขาเท่านั้นเองครับ”
Maxine จ้องมองไปที่ Bill “แล้ว Steve ล่ะคะ? เขาจะยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอคะ?”
“ไม่ครับ Steve ไม่ยอมแพ้แน่” Bill บอกพร้อมแววตาที่เริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง “เขาบอกผมว่าเขากำลังหาทางแก้เผ็ดอยู่ครับ แต่เขาต้องการเวลา และที่สำคัญที่สุดนะ เขาต้องการ ‘อาวุธ’ ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงพอจะเปลี่ยนใจบอร์ดบริหารได้ในงาน Town Hall เดือนมกราคมครับ”
“อาวุธเหรอครับ?” Kurt ถามอย่างสงสัย
“ใช่ครับ ผลลัพธ์ที่จับต้องได้และปฏิเสธไม่ได้จากโครงการนำร่องของพวกเราไงครับ” Bill เล่าต่อ “Steve บอกว่าถ้าพวกเราสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าไอเดียเหล่านั้นน่ะมันไม่ได้เป็นแค่การทดลองเล่นๆ แต่เป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ตัวใหม่ของบริษัทจริงๆ ล่ะก็ เขาอาจจะพอมีช่องทางในการพลิกสถานการณ์กลับมาได้ครับ”
“แตว่างบประมาณพวกเราโดนสั่งตัดไปหมดแล้วนี่คะ” Maxine แย้ง
“นั่นแหละครับคือประเด็น” Bill บอกพลางโน้มตัวมาข้างหน้า “Steve บอกให้พวกเรา ‘กลายเป็นกบฏของจริง’ เสียทีครับ เขาจะพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากเบื้องบนให้ แต่พวกเราต้องหาทางรันโครงการเหล่านั้นต่อไปแบบลับๆ โดยใช้ทรัพยากรเท่าที่มีอยู่ครับ พวกเรามีเวลาอีกแค่สามสัปดาห์ก่อนจะถึงวันหยุดเทศกาล และจากนั้นก็อีกไม่กี่วันก่อนงาน Town Hall ครับ”
Maxine รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่เริ่มจะประทุขึ้นมาในตัวเธออีกครั้งค่ะ นี่แหละคือจิตวิญญาณของกลุ่มกบฏที่แท้จริง!
“ตกลงค่ะ นับฉันเข้ากลุ่มด้วยเลยค่ะ” เธอบอกอย่างหนักแน่น สมาชิกกลุ่มกบฏคนอื่นๆ ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียงกันค่ะ
ตลอดสัปดาห์ถัดมา ภายใต้บรรยากาศที่แสนจะกดดันและมืดมนในออฟฟิศ ที่ซึ่งมีพนักงานเริ่มถูกเรียกไปแจ้งข่าวร้ายทีละคนๆ กลุ่มกบฏยูนิคอร์นกลับทำงานกันอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เลยล่ะค่ะ พวกเขาแอบใช้เซิร์ฟเวอร์ที่ Dwayne และ Brent แอบซ่อนไว้เพื่อรันงานวิเคราะห์ข้อมูลต่อไปค่ะ พวกเขาทำงานร่วมกับทีมงานจากโครงการนำร่องทั้งสามโครงการที่อาสาจะทำงานล่วงเวลาโดยไม่หวังผลตอบแทน เพียงเพื่อจะพิสูจน์ให้เห็นว่าไอเดียของพวกเขานั้นมีค่าจริงๆ ค่ะ
Maxine ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับทีมจัดส่งอะไหล่ภายในสี่ชั่วโมงค่ะ เธอทึ่งมากที่เห็นความพยายามของพนักงานขายที่อู่ซ่อมรถ ที่ยอมขับรถเอาอะไหล่ไปส่งให้ลูกค้าด้วยตัวเองเพียงเพื่อให้โปรเจกต์นี้เดินหน้าต่อไปได้ค่ะ “พวกเรารู้ครับว่าเรื่องนี้มันคืออนาคตของพวกเราจริงๆ” พนักงานคนหนึ่งบอกกับเธอ “พวกเราจะไม่ยอมปล่อยให้มันตายไปเฉยๆ แน่นอนครับ”
ในขณะเดียวกัน Shannon กับ Wes ก็ก้าวหน้าไปมากกับโปรเจกต์เซ็นเซอร์เครื่องยนต์ค่ะ พวกเขาเริ่มได้รับข้อมูลจากกลุ่มลูกค้าทดลองกลุ่มเล็กๆ และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าทึ่งมากจริงๆ ค่ะ ข้อมูลเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงรูปแบบปัญหาเครื่องยนต์ที่สามารถนำไปสู่การขายอะไหล่และการบริการซ่อมบำรุงล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำมากเลยล่ะค่ะ
แต่ท่ามกลางความก้าวหน้าเหล่านั้น Sarah ก็เริ่มจะระแคะระคายถึงความผิดปกติบางอย่างค่ะ เธอสั่งให้มีการตรวจสอบการใช้งานเซิร์ฟเวอร์อย่างเข้มงวด และเริ่มมีการตั้งคำถามถึงพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่มกบฏบางคนค่ะ
“ยัยนั่นน่ะเหมือนนกเหยี่ยวเลยค่ะ” Shannon กระซิบระว่างที่พวกเธอกำลังแอบประชุมกันในห้องเก็บของ “เธอพยายามจะตามหา ‘รังลับ’ ของพวกเราอยู่ค่ะ”
Maxine ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ก็ปล่อยให้เธอหาไปเถอะค่ะ พวกเราแยกส่วนงานกระจายไปทั่วทั้งองค์กรแล้วล่ะค่ะ ไม่มีจุดไหนจุดเดียวหรอกที่เธอจะสั่งปิดได้ทั้งหมดน่ะค่ะ”
คืนวันศุกร์นั้น Maxine ลากสังขารกลับบ้านด้วยความเหนื่อยล้าสะสมค่ะ เธอรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในสมรภูมิรบจริงๆ เลยล่ะค่ะ
คืนนั้นเธอฝืนตัวเองให้พักผ่อนค่ะ เธอรินไวน์ให้ตัวเองสองแก้วแล้วนั่งดูซีรีส์เรื่อง Game of Thrones ตอน “งานแต่งงานสีเลือด” (Red Wedding) กับสามีค่ะ เธออยากจะสลัดเรื่องงานออกจากหัวให้หมดจริงๆ เลยล่ะค่ะ
เธอถึงกับอึ้งและตกตะลึงไปกับความโหดเหี้ยมและไร้ความปราณีของการสังหารหมู่ในตอนจบของตอนนั้นค่ะ เธอกับ Jake หัวเราะออกมาพร้อมกันเมื่อคิดว่าพวกเราโชคดีแค่ไหนนะที่สภาพแวดล้อมการทำงานสมัยนี้น่ะมันไม่มีการฆ่าแกงกันจริงๆ แบบนั้น ... ถึงแม้ว่า Sarah จะได้ลองพยายามทำเรื่องที่ใกล้เคียงที่สุดในแบบของเธอไปแล้วก็ตามเถอะค่ะ